คำอธิบายน่าดึงดูดเนื่องด้วยการรับจำนำรถ

ผู้รับจำนำ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผู้รับจำนำต้องตรวจค้นเอกสารสำคัญเกี่ยวกับรถให้ดีว่ารถยนต์ที่จะรับจำนำนั้นเป็นรถของผู้นำมาจำนำหรือไม่ พิจารณาดูสมุดบันทึกตำราจดทะเบียนสมรสรถ ดูในช่องผู้ถือเจ้าของว่าเป็นชื่อของผู้นำรถมาจำนำหรือไม่ ถ้าไม่ใช่จะต้องมีคู่มือยอมหรือมอบสิทธิ์ของกรรมสิทธิ์ผู้ถือสิทธิ์ขาด รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ที่เนื่อง เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัว ทะเบียนสมรส หนังสือยินยอมของคู่เคียง (ถ้ามี) พร้อมด้วยท้ายที่สุดก็ข้อตกลงจำนำ สิ่งพิมพ์ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องให้ผู้นำรถมาจำนำลงลายเซ็นประกันความยุติธรรมให้เรียบร้อย

ผู้รับจำนำที่ไม่มือสะอาด คือ รับจำนำรถที่ถูกต้มตุ๋นมา ซึ่งมิใช่รถของผู้นำมาจำนำ สมมติว่ามีจงใจโกงเงินแบบนี้ คือเพื่อเสี่ยงเพราะเห็นแก่ดอกอันเกิดจากการรับจำนำร้อยละ 10 บาทต่อเดือน โดยไม่พิจารณาถึงหลักกฎหมาย ถือว่าเข้ากฎการรับของโจร เป็นข้อผิดพลาดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เราจะเห็นประจักษ์ได้อย่างไรว่าคนนั้นคนนี้รับจำนำรถไว้โดยไม่สุจริต มีหลักในการสังเกตว่า บุคคลนั้นหวังอะไรจากการรับจำนำ ถ้าหวังดอกเบี้ยอันเกิดจากการรับจำนำรถโดยไม่คำนึงถึงว่ารถคันนั้นเป็นรถที่ถูกคอร์รัปชั่นมา ถูกลักมา หรือเป็นรถที่ได้มาด้วยการกระทำความผิดอื่น (ตามมาตรา 357) คือรับไว้เพื่อขุดค้นผลกำไรที่มิควรได้โดยติดใจด้วยกฎหมายเช่นนี้ ในทางกฎหมายก็ถือว่าผู้รับจำนำนั้นมีเจตนาทุจริต การดำเนินตนนั้นก็เป็นความผิดพลาดฐานรับของโจร

ความผิดฐานรับของโจร เป็นความผิดต่อรัชกาล เป็นคดียอมความไม่ได้ ต่างกับเนื้อความแรกที่ผู้เช่าซื้อทุจริตรถแล้วนำมาจำนำ พร้อมกับโทษทางอาญาก็ตรงกันข้าม เหตุฉะนี้ผู้รับจำนำที่ทุจริต มีสิทธิติดคุกฐานรับของโจร ส่วนผู้นำมาจำนำ ถ้าปรากฎว่าหลอกทรัพย์เขามา เช่น ยืมมา เช่ามา เช่าซื้อมา เป็นอาทิ แล้วนำมาจำนำ อย่างนี้ ก็มีสิทธิติดคุกฐานยักยอกได้อีกด้วย แต่โทษเบากว่ารับของโจร และยังเป็นความผิดอันตกลงความได้เช่นกัน

หากคิดจะรับจำนำรถใครไว้เพื่อหวังดอกจำนำรายเดือน โปรดสืบสวนรถคันนั้นให้ดีว่า เป็นรถที่ยุติธรรมตามกฎหมายหรือไม่ ผู้นำรถมาจำนำเป็นเจ้าของผู้ถือสิทธิ์ขาดในรถนั้นหรือไม่ ใบสำคัญของรถเผงหรือไม่ หากพบว่าทุกอย่างควรดูดี จึงทำสัญญารับจำนำ อย่ารับจำนำรถโดยมิชอบด้วยกฎหมาย งั้นแทนที่จะได้รับค่าตอบแทนตามที่หวัง อาจจะกลายเป็นสูญเสียเงิน และสูญเสียอิสระแทน

กฏเกณฑ์ของการสอบเทียบเครื่องมือวัด(Calibration)

การสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) สดวิธีการหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใช้ก่อความเด็ดเดี่ยวว่าเครื่องมือวัดที่ใช้งานอยู่นั้น ยังคงมีคุณลักษณะกับหลักเกณฑ์แน่ สมแก่การนำไปใช้งานในขบวนการผลิต ด้วยนำไปสู่ข้อยุติบ๊วยก็คือของซื้อของขายที่ผลิตออกมาได้อย่างมีพลังตามหลักเกณฑ์ที่โรงงานกำหนด โดยการสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) คือการเปรียบเทียบค่าของเครื่องมือวัดของโรงงาน กับค่าเกณฑ์ของห้องหับปฏิบัติงานสอบเทียบที่ทำได้สอบกลับได้สู่เกณฑ์แห่งชาติ หรือเกณฑ์ระหว่างชาติได้ โดยในการสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) จะต้องรายงานค่าความไม่แน่นอนของการวัด (Uncertainty) ด้วยทุกครั้ง ในประจุบัน ทุกเกณฑ์สากล จะมีข้อระบุที่กล่าวถึงการสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) ทั้งสิ้น เช่น ISO 9000, ISO 14000, ISO/TS 16949, มอก.18000 ฯลฯ

การสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) ของห้องทำงานทำการสอบเทียบ TIC มีมาตรฐานดังนั้น

หาได้การประกันกฏเกณฑ์สากล ISO/IEC 17025:2005  วัสดุกฏเกณฑ์จากยุโรปและอเมริกา สามารถสอบกลับถึงกฏเกณฑ์นานาชาติ (Traceability) เช่น NIST, NIMT, PTB, BIPM, OFMET, NMI เป็นต้น

พนักงานที่ทำการสอบเทียบมีทักษะ ความชำนาญและประวัติการฝึกพร่ำสอนอย่างเพียบพร้อม เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามเกณฑ์ ISO/IEC 17025:2005  การันตีระยะเวลาสอบเทียบ 7 – 10 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งแค่นการสอบเทียบ

บริการรับ – ส่งเครื่องมือวัดของท่านฟรี

บริการแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อครบรอบการสอบเทียบ (Due Date)  มีให้บริการทำสัญญาจ้างสอบเทียบรวมต่อเดือน หรือ ต่อปี โดยมีส่วนลดเยี่ยม  มีบริการขายอุปกรณ์วัดและคุมทางอุตสาหกรรมทุกประเภท โดยในข้อความที่สั่งซื้อของซื้อของขายพร้อมกันให้บริการสอบเทียบ มีส่วนลดค่าสอบเทียบ 20 %   รับปรึกษาหารือปัญหาเกี่ยวงานสอบเทียบ โดยทีมพนักงานที่มีประสบการณ์

เนื้อความเครื่องวัด อยู่เหนือขอบข่ายการให้บริการ ห้องดำเนินงานยินดีส่งสอบเทียบไปยังห้องทำอื่น โดยจะรับผิดชอบในการรับ – ส่งเครื่องทั้งหมด

รับสอบเทียบงานด่วน ในกรณีที่ท่านปรารถนารับใช้เครื่องมือ ห้องทำงานสามารถสอบเทียบให้เสร็จภายใน 1 – 2 วัน

 

 

วิวัฒนาการสปาไทย

%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b2

ธุรกิจสปาไทยเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังมีการเติบโตอยู่เรื่อยๆ นับเป็นอื่นหนึ่งธุรกิจที่หอมหวาน เพราะต่างชาตินั้นให้ความสนใจการการเข้ามาใช้บริการสปาไทยเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ธุรกิจสปาไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนือง

และจากแนวโน้มคาดว่าธุรกิจสปาจะไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ และอาจทำให้นักลงทุนหน้าใหม่เริ่มสนใจอยากจะเข้ามาทำธุรกิจในด้านนี้ การลงทุนสำหรับธุรกิจสปาต้องบอกเลยว่าเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับการทำสปา ยิ่งคุณมีความรู้หรือมีประสบการณ์จากการทำสปามากเท่าไรก็ยิ่งเป็นผลดีต่อการบริหารธุรกิจสปาให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นครับ เพราะคุณจะมีข้อมูลในเรื่องของผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับการทำสปา จะว่าไปแล้วผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ถ้าไม่ใช่คนที่มีความรู้เฉพาะทางหรือมีความสนใจกับการดูแลสุขภาพด้วยการทำสปาก็จะไม่มีทางรู้จักกับผลิตภัณฑ์ ไม่รู้วิธีการใช้เครื่องมือ ไม่ทราบถึงประสิทธิผลที่จะเกิดขึ้นกับวิธีการให้บริการทำสปาด้วยรูปแบบต่างๆ ว่าจะเป็นไปในแบบใดนอกจากนี้ก่อนที่จะลงมือทำธุรกิจสปานักลงทุนหน้าใหม่ยังต้องพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนซะก่อนว่าต้องการทำสปาประเภทใดมุ่งตอบสนองลูกค้ากลุ่มใดคนไทยหรือชาวต่างชาติ กำหนดเป้าหมายให้แน่นอน อาจตั้งสมมติฐานว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีความคาดหวังอะไรจากบริการสปาบ้าง นำไปสู่การเขียนแผนธุรกิจสปาให้ชัดเจน ก็จะทำให้ธุรกิจของเราเติบโตไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆครับ

เชื่อว่าในปีต่อๆ ไปเราจะเห็นธุรกิจสปามากขึ้น และเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติให้เข้ามาใช้บริการสปาของประเทศไทยเราเพิ่มมากยิ่งขึ้น

การรักษาทางอารมณ์และความรู้สึกด้วยบริการนวดน้ำมัน

OLYMPUS DIGITAL CAMERAการนวดเป็นการรักษาอาการปวดวิธีแรกที่มนุษย์เรารู้จัดตังแต่โบราณกาล เป็นวิธีทางธรรมชาติที่เกิดจากการเรียนรู้ เช่น ปวดตรงไหนก็ถู บีบนวดตรงนั้น ต่อมามีการสั่งสมประสบการณ์จนเป็นศาสตร์หนึ่งในการรักษา สำหรับการนวดแผนไทย หรือบางครั้งเรียกนวดแผนโบราณ มีบันทึกตั้งแต่สมัยสุโขทัย มาเจริญรุ่งเรืองมากสมัยอยุธยา แล้วจืดจางลงเมื่อแพทย์แผนใหม่เข้ามาสู่ประเทศของเรา ปัจจุบันกลับได้รับความนิยมอย่างมากอีกครั้งเนื่องจากสรรพคุณที่ปรากฏให้เห็นที่น่าประหลาด คือ คนที่เห็นคุณค่ากลับเป็นคนต่างชาติ ซึ่งการนวดแบ่งออกเป็น 3 อย่าง คือ นวดเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อการบำบัดรักษาและนวดเพื่อการฟื้นฟูสรรถภาพ นอกจากนี้การนวดแผนโบราณยังแบ่งออกได้ตามกรรมวิธีการนวดเป็น 2 อย่างใหญ่ๆ คือ นวดเชลยศักดิ์ และนวดราชสำนัก บางแห่งแบ่งนวดฝ่าเท้าออกมาต่างหาก

สร้างความผ่อนคลายให้ร่างกายและจิตใจด้วยการนวดน้ำมัน จะช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุล จิตใจที่สงบอันเกิดการกลิ่น เสียง สัมผัส จะทำให้ผู้ที่ได้รับการนวดน้ำมันรู้สึกโล่ง ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย เกิดความสงบขึ้นภายใน กลายเป็นความสุข ความเพลิดเพลินที่ได้ฟื้นฟูสุขภาพกายและสุขภาพใจไปพร้อมๆกัน ในร้านสปาจะทำให้คุณได้รับกับสัมผัสแรกที่เงียบสงบ ร่มรื่น สบายๆ และเป็นส่วนตัว และบริการที่เป็นกันเอง คือปฐมบทของการผ่อนคลาย จากนั้นผู้นวดจึงลงมือนวดน้ำมัน โดยลงน้ำหนักที่มือพอเหมาะ บวกกับประสบการณ์ ที่ต้องเข้าใจถึงมูลเหตุของความเมื่อยล้า การนวดน้ำมันบำบัดจึงเริ่มขึ้น ผสมผสานกับความหอมละมุนของน้ำมันหอมระเหยที่ใช้นวด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและต่อมน้ำเหลือง ทั้งโมเลกุลของน้ำมันหอมระเหยที่มีขนาดเล็กมาก จึงสามารถซึมผ่านรูขุมขนบนผิวหนังได้ง่าย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้นุ่มเนียมน่าสัมผัสอีกด้วย

การนวดน้ำมันหอม เป็นวิธีการบำบัดอันมีประสิทธิภาพในการรักษาทางอารมณ์และความรู้สึก ทั้งยังช่วยสร้างพลังให้กับทุกส่วนของร่างกาย หลังการนวดกล้ามเนื้อที่ตึงอยู่จะเริ่มคลายลงเส้นประสาทจะสามารถทำงานต่อไปได้อย่างปราศจากการติดขัด ร่างกายของคุณจะเข้าสู่การพักผ่อนอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันระบบไหลเวียนของโลหิตก็จะได้รับการกระตุ้นให้สูบฉีด กระจายความรู้สึกสดชื่นไปยังทุกส่วนของร่างกาย เมื่อพลังงานสามารถไหลผ่านได้อย่างอิสระมากขึ้น สุขภาพที่ดีของร่างกายก็จะกลับคืนมา เสริมพลังให้กับการหายใจในภาวะตึงเครียดจะมีการหดตัวของกล้ามเนื้อในหน้าอก สามารถสร้างอาการเสียดแน่นหน้าอก การสูดหายใจลึกๆเป็นจังหวะพร้อมกลิ่นน้ำมันหอมระเหยพร้อมการนวด จะมีประสิทธิภาพต่อระบบการหายใจมากทีเดียว

ธุรกิจสปาในอินเดียมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจสปาในอินเดียเพิ่งมีการเริ่มต้นอย่างจริงจังในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมานี้ จนกระทั่งถึงปัจจุบันธุรกิจ สปาในอินเดียกำลังอยู่ในช่วงที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีเงินหมุนเวียนในธุรกิจสปามากกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในแต่ละปี และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 สำหรับกลุ่มโรงแรม และร้อยละ 30 ในกลุ่ม Day Spa ภายในเวลา 2 ปี โดยผู้บริโภคอินเดียได้เริ่มเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าวจากที่มองว่าเป็นการใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงและผ่อนคลาย มาเป็นการให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพและการบำบัด

ตามอัตราการขยายตัวของ GDP อินเดียและจีนเป็นประเทศที่มีการเติบโตของเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก และ ทั้งจีนและอินเดียต่างก็กำลังพัฒนาอุตสาหกรรมด้านต่างๆ ของตนเอง รวมทั้งการหาช่องทางการตลาดสำหรับสินค้าและบริหารใหม่ๆ ในประเทศอินเดีย ธุรกิจสปานับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่น่าสนใจที่มีโอกาสขยายตัวได้อีกมากเมื่อพิจารณาจากมูลค่าการตลาดของธุรกิจสปาทั่วโลกที่สูงถึง 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และจุดแข็งของอินเดียที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการบำบัดแบบธรรมชาติ หรือ Ayurvada ซึ่งสามารถนำมาเชื่อมโยงกับการทำโยคะและการนวดซึ่งสอดคล้องกับวัฒนธรรมของประเทศอินเดีย จากจุดแข็งดังกล่าวจึงเป็นโอกาสที่ดีของอินเดียที่จะสามารถขยายธุรกิจบริการด้านสุขภาพและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีกเป็นจำนวนมาก

รูปแบบธุรกิจสปาในประเทศอินเดีย ประกอบด้วย
1. Day Spa เป็นธุรกิจสปาขนาดเล็ก พบเห็นได้ทั่วไป ให้บริการนวด บำรุงร่างกายและใบหน้า และการ ทำ สปามือและเท้า นอกจากนี้ ยังรวมไปถึง Salon Spa ซึ่งเป็นการวมบริการสปากับบริการด้านความสวยความงามเข้าไว้ด้วยกัน
2. Destination Spa เป็นธุรกิจสปาขนาดใหญ่ มักอยู่ไกลจากตัวเมือง เป็นการทำสปาที่ครบวงจรและต่อเนื่อง ดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยผู้ใช้บริการจะต้องพักอยู่ที่สปาเป็นเวลา 2-3 คืน มีการควบคุมการรับประทานอาหาร การบำบัดทั้งร่างกายด้วยการบำรุง และการบำบัดจิตใจด้วยความผ่อนคลาย โดยใช้สมุนไพร การนวด และมีบริการอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น มีอ่างอาบน้ำนวดตัว (Hydrotherapy Tubs) ห้องซาวน่า ห้องอบไอน้ำ และการบำรุงชนิดพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้ให้บริการแต่ละที่
3. Resort Spaจะให้บริการตามโรงแรมชั้นนำต่างๆ มีระดับการบริการที่สูงกว่าและราคาที่แพงกว่าสปาในบริเวณอื่นๆ ส่วน Club Spa คือธุรกิจสปาที่มีการให้บริการควบคู่ไปกับสถานที่ออกกำลังกาย
4. Medical Spa เป็นธุรกิจสปาที่ผู้ใช้บริการจะต้องมีใบอนุญาตจากแพทย์ เนื่องจากการบำบัดโดยสปาประเภทนี้จะมีการใช้ยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ เช่น การยิงเลเซอร์ และการฉีดโบทอกซ์ เพิ่มเติมจากการให้บริการสปาทั่วไป ธุรกิจสปาประเภทนี้กำลังเป็นที่นิยมในเมืองใหญ่ๆ
5. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านสุขภาพของอินเดียเป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มากเมื่อพิจารณาในด้านของรายได้หมุนเวียนและการจ้างแรงงาน โดยในปี 2554 มีมูลค่ามากกว่า 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปจนถึง 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2555 นี้ หรือคิดเป็นร้อยละ 4.8 ของ GDP ของประเทศ โดยร้อยละ78 ของมูลค่าธุรกิจดังกล่าวมาจากการลงทุนของภาคเอกชน และมีแนวโน้มที่ความต้องการในด้านสุขภาพเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากอินเดียมีเศรษฐกิจที่มีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างช้าก็ตาม สำหรับธุรกิจสปาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านสุขภาพมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ประมาณร้อยละ 30-35 ต่อปี มีบริการสปาชนิดใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งที่เป็นชาวอินเดียและนักท่องเที่ยวที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันหลายพื้นที่ยังไม่มีการเปิดบริการุรกิจนี้มากนักจึงทำให้ธุรกิจยังมีช่องว่างและโอกาสขยายตัวได้อีกมาก

สปาไทยและการท่องเที่ยวกับผลกระทบเมื่อเเปิด AEC สู่ประชาคมอาเซียน


AEC เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมสปาไทย ที่จะขยายตลาดของการเป็นผู้ดำเนินการสปาอย่างมืออาชีพ เข้าสู่ตลาดอาเซียน ไม่มีเหตุผลและเป็นไปไม่ได้ ของการปิดตัวของสปาโดยเฉพาะสปาที่จดทะเบียนถูกต้อง 1,500 แห่งทั่วประเทศไทยกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นความสมัครใจ ของผู้ประกอบการสปาที่มีความพร้อมในมาตรฐานที่กำหนดขึ้น

โอกาสที่จะเพิ่มมากขึ้นที่สำหรับการเจริญเติบโตของธุรกิจสปา ทำให้ประเทศไทยมีการเพิ่มมาตรฐานและปรับปรุงทั้งในแง่ของบุคลากรและคุณภาพในการให้บริการ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กระทรวงพาณิชย์ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจสปาของไทยมีการเติบโตร้อยละ 5-6ต่อปี มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมนี้อยู่ระหว่าง 15และ 16พันล้านบาทต่อปี ลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีจำนวนร้อยละ 80ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของธุรกิจสปา ประเทศไทยเป็นผู้นำในเอเชียด้านสปาและคู่มือธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับนักลงทุน โดยประเทศไทยได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการทำสปาแบบไทย โดยเน้นที่ลักษณะการดำเนินการพร้อมกับ การตลาดและการวิเคราะห์ทางการเงิน สิ่งอำนวยความสะดวกและการตกแต่งภายในที่สอดคล้องกับ ระเบียบข้อบังคับของท้องถิ่นและลักษณะทางวัฒนธรรม

บริการสปาไทยเป็นที่นิยมทั่วโลก หลังจากที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ สปาไทยมีแนวโน้มที่จะดึงดูดลูกค้าจากอาเซียนมากขึ้นและแนวโน้มที่จะเติบโตแบบก็มีความเป็นไปได้สูง

ประเทศไทยมีมาตรฐานด้านวิชาชีพเฉพาะสำหรับบุคลากรที่ทำงานในธุรกิจสปา โดยผู้ประกอบการสปาจะต้องได้รับการรับรองจากสถาบันมาตรฐานการประกอบอาชีพ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการสปาให้มีมาตรฐานในระดับเดียวกันทั้งประเทศ

นอกจากนี้ประเทศไทยยังจะเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่จะกำหนดวุฒิวิชาชีพสำหรับบุคลากรสปา วุฒิการศึกษาที่ได้จะแบ่งออกเป็น5 ระดับ คือ ระดับพนักงงานบริหารจัดการทั่วไป, ระดับแผนกต้อนรับภายในสปา, ระดับพนักงงานฝึกอบรบ, ระดับพนักงงานปฎิบัติการให้บริการสปาและระดับการดูกิจการสปาในภาพรวมทั้งหมด
ประเทศไทยมีชื่อเสียงมากในฐานะที่เป็นสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับบริการสปาในเอเชีย การสร้างรายได้ผ่านบริการนวดและการรักษาความงาม จึงสร้างช่องทางสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ใช้ใน สปา ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มตลาดให้กับผลิตภัณฑ์สมุนไพรอีกทางหนึ่ง นั้นทำให้การเพิ่มมาตรฐานของธุรกิจสปาในประเทศไทยจะเป็นการสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงให้ประเทศอีกทางหนึ่งในอนาคต

การพัฒนาทางด้านธุรกิจไทยสปา เพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 สิ่งสำคัญจะต้องพัฒนา ได้แก่ ด้านการศึกษา โดยเฉพาะภาษาเพื่อใช้ในการสื่อสาร ทั้งภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ การพัฒนาทางด้านความคิดนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับไทยสปา การผลิตบุคลากรที่เป็นคนไทยในการให้บริการ ซึ่งตลาดมีความต้องการบุคลากรด้านสปาที่เป็นคนไทยมากกว่าชาติอื่นๆ เพราะตลาดมองว่าจะได้ความรู้สึก และได้รับการบริการที่เป็นไทยสปาอย่างแท้จริง ขณะที่ทางสมาคมธุรกิจสปาเองได้จัดเทรนนิ่ง ฝึกอบรมการให้ความรู้ ทั้งในระดับพนักงานผู้ให้บริการ และในระดับผู้บริหารอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

สปาเป็นเพียงธุรกิจที่แฝงตัวอยู่ภายในโรงแรมหรูเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก

Beautiful couple enjoying in the back massage.

ธุรกิจสปาเข้ามาในประเทศไทยเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วช่วงนั้นสปาเป็นเพียงธุรกิจที่แฝงตัวอยู่ภายในโรงแรมหรูเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก และไม่มีลักษณะเป็นธุรกิจเชิงพานิชย์เท่าใดนัก ปัจจุบันนอกจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แสวงหา บริการด้านสปาแล้ว คนไทยเองก็ให้ความสนใจไม่แพ้กัน ส่งผลให้ธุรกิจสปามีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ ธุรกิจสปาในประเทศไทยจึงมีผู้ประกอบการที่เป็นชาวไทย และผูประกอบการชาวไทยที่ร่วมลง ทุนกับชาวต่างชาติ โดยเลือกลงทุนให้บริการสปาในโรงแรม รีสอร์ท หรือตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ

พรีวิลเลจสปาไทย ธุรกิจสปาไทยในห้างเจ้าแรกของไทย ทับแขก รีสอร์ท กระบี่ นำสปาไปให้บริการ ในรีสอร์ทสำหรับลูกค้ากระแสการให้ความสำคัญต่อสุขภาพอย่างจขริงจังของคนไทย ทำให้ธุรกิจสปา เริ่มขยับตัวออกจากโรงแรม และขยายตัวอย่างรวดเร็วในย่านธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิดการ ให้บริการที่หลากหลายรูปแบบ และเป็นที่จับตากันว่าธุรกิจสปาจะเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจบริการด้าน สุขภาพที่มีศักยภาพการเติบโตสูงต่อไป จากที่เคยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ20-30 ต่อปี ธุรกิจสปา สามารถดึงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ไม่ต่ำกว่า 24,000 ล้านบาท

และธุรกิจสปาขนาดเล็กที่เป็นตลาดของคนไทยมีกำลังบริโภคประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี คาดว่ารายได้จากธุรกิจสปาในตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศในส่วนนี้น่าจะขยายตัวได้อีก เนื่องจาก ความต้องการมีโอกาสเติบโตตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ภาครัฐให้การส่งเสริมและสนับสนุนมา โดยตลอด ทั้งยังเป้นหนึ่งในธุรกิจบริการด้านสุขภาพ ที่ภาครัฐกำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางสุขภาพของเอเซีย ปี 2546-2554 และนำรายได้เข้าประเทศไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท

แนวโน้มเกี่ยวกับความสนใจในการดูแลสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นของคนไทยในกลุ่มชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70 ของประชากรไทยทั้งหมด เป็นโอกาสให้ธุรกิจสปาขยาย ตัวสู่ตลาดระดับกลางซึ่งมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่พำนักอยู๋ในประเทศไทย รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อระดับปานกลางขึ้นไป โดยผู้ประกอบการธุรกิจสปาส่วน ใหญ่จะเป็นคนไทย เปิดดำเนินธุรกิจอยู่ในเมืองใหญ่ หรือย่านธุรกิจ ครอบคลุมตั้งแต่สปาที่อยู่ นอกโรงวแรมแต่จับตลาดบน และสปาขนาดเล็กที่จับตลาดระดับรองลงมา

ข้อควรรู้ ก่อนการนวดแผนไทย

ในปัจจุบันนี้การนวดไทยนั้นกำลังเป็นที่ฮอตฮิตในทั้งหมู่คนไทยและชาวต่างประเทศไม่ว่าจะเดินไปทางไหน เวลาไหนแม้แต่กำลังทำกิจกรรมอะไรซึ่งมักจะได้ยินเสียงเรียกให้เข้ารับบริการนวดก็ขึ้นมา ด้วยความที่การนวด โดยเฉพาะนวดแผนไทยอันเลื่องชื่อแล้วนั้นใครๆก็ว่าดี เพราะสามารถช่วยเรื่องสุขภาพแบบครบครัน แถมยังให้ความผ่อนคลาย สบายเนื้อสบายตัวได้เป็นอย่างดีผู้คนมากมายจึงแห่เดินเข้าร้านนวดกัน โดยหารู้ไม่ว่าวิธีการบำบัดร่างกายจากความเมื่อยล้าและโรคบางอย่างด้วยการนวดนั้นใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีเสมอไป ฉะนั้นก่อนเข้ารับการนวดผู้นวดควรจะต้องศึกษาข้อมูลเรื่องประโยชน์และโทษให้ดีเสียก่อนเพื่อป้องกันอันตรายและความเสียหายบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายได้

สำหรับการเตรียมตัวก่อนตัดสินใจนวดแผนไทยมีด้วยกันดังต่อไปนี้
1.ต้องเข้าใจก่อนว่าการนวดแผนไทยนั้นสามารถที่จะให้โทษแก่ร่างกายได้เหมือนกันถ้าการนวดกระทำขึ้นอย่างผิดวิธี อย่างเช่น ผู้นวดไม่มีความชำนาญพอ และผู้ที่จะใช้บริการนวดนั้นมีโรคประจำตัว ซึ่งอาจตอบสนองการนวดออกมาในแบบที่เลวร้ายรุนแรงได้ เช่น อาการฟกช้ำจากการนวดที่แรงเกินไปอาจทำให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบ บวมแดง
2.ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตโรคหัวใจโรคกระดูดพรุนโรคเกี่ยวกับระบบประสาท เป็นต้น ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าผู้เป็นโรคเหล่านี้ไม่สามารถนวดแผนไทยได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนว่าสามารถที่จะนวดแผนไทย แบบกดจุด ยืดเส้นได้หรือไม่ เพื่อป้องกันเอาไว้ไม่ให้เกิดอาการฟกช้ำและระบบหมุนเวียนเลือดแปรปรวนได้
3.ผู้ที่มีบาดแผล อย่างเช่น บาดแผลติดเชื้อ เพราะการนวดแผนไทยจะทำให้แผลลุกลามซึ่งสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น ควรจะเลือกเข้ารับการนวดจากร้านที่มีอนามัยที่ดี
4.สำหรับคนที่มีอาการปวดเมื่อยล้ามากจนเกินไป เช่น อาการปวดหัวที่เกิดจากไซนัสอักเสบ อาการปวดคอที่ร้าวชาไปจนถึงบ่า อาการปวดไหล่การนวดดูจะไม่ได้เป็นทางออกที่ดี เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้หายปวดแล้วอาจทำให้อาการทรุดหนักขึ้น
5.สำหรับผู้นวดที่มีปัญหาความดันโลหิต การนวดแผนไทยอาจทำให้เกิดอาการหลอดเลือดแตกหรืออักเสบได้ นอกจากนั้นการนวดแผนไทยอาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อของกล้ามเนื้อซึ่งในกรณีที่แย่ที่สุดอาจทำให้เกิดอัมพาตได้

จะเห็นได้ว่าการนวดแผนไทยนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นเดียวกัน หากผู้ที่จำเป็นต้องเข้าใช้บริการในด้านนี้ควรจะต้องศึกษาข้อมูลก่อนว่าสามารถที่จะนวดได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสุขภาพของตนเอง

ความร้อนแรงของธุรกิจสปาไทยที่ก้าวไปสู่ตลาดโลก

สปาไทย ในสายตาชาวโลก ต่างให้ความยอมรับว่าเป็นสุดยอดของสปา เพราะมีการนำเอาสมุนไพรที่ดี เหมาะสม มีคุณค่า มีสรรพคุณทางยาจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ในสปาได้อย่างวิเศษจริง ๆ นั่นเอง ครีมจากธรรมชาติ น้ำมันสมุนไพรจากธรรมชาติ สมุนไพรหลาย ๆ อย่างเอามาผสมผสานรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นลูกประคบ มีผลต่อสรีระร่างกายและจิตใจ สปาแบบอย่างของคนไทย เรามีมาแล้วยาวนานในโบราณกาล มิใช่เพิ่มมามีหรือเอาเยี่ยงอย่างชนชาติไหน มีหลักฐานบ่งบอกอย่างชัดเจน สปาแบบไทย ๆ เรานั้น ยกเอาความสุขสบายมอบให้บุคคลที่ต้องการมีความสุขทั้งเรือนร่างและจิตใจ

สปาไทยมีความเป็นเอกลักษณ์ มีวัฒนธรรมการบริการที่โดดเด่น และไม่เหมือนใครสามารถแข่งขันในตลาดอาเซียนได้ เมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี2558 ประเทศไทยยังเป็นเป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยสิ่งสำคัญที่ต้องพัฒนาในด้านธุรกิจสปาไทย เพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ ด้านภาษา ต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเนื่องจากสปาไทยเป็นศาสตร์ และมีทรีทเมนท์หลายแขนง หากมีการมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้กับบุคลากรหรือพนักงานสปา ก็จะยิ่งทำให้สปาไทยมีความโดดเด่น และเป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ประเทศมีรายได้จากธุรกิจสปาในภาพรวมแต่ละปีเพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่ ด้านแรงของธุรกิจสปาไทยในภาพรวม มองว่าบุคลากรหรือพนักงานไทยสามารถพัฒนาและก้าวเข้าสู่มาตรฐานสากลได้ จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุน และให้ความสำคัญกับพนักงานกลุ่มดังกล่าว ซึ่งในอนาคตธุรกิจสปาจะเกิดการแข่งขันในตลาดที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังเป็นการสร้างพันธมิตร ที่สามารถแลกเปลี่ยนศาสตร์ความรู้ แลกเปลี่ยนทรีทเมนท์ สร้างความหลากหลาย และเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าที่ใช้บบริการสปามากยิ่งขึ้น  สปาไทยมีความพร้อมที่จะรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ตลอดจนแข่งขันในตลาดเมื่อมีการเปิดประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ เนื่องจากบริษัท รับเป็นที่ปรึกษาให้กับนักธุรกิจต่างชาติที่สนใจเปิดธุรกิจสปาไทยในต่างประเทศ ทำให้บริษัทมีประสบการณ์ตรงกับตลาดดังกล่าวเป็นอย่างดี รู้ถึงความต้องการของผู้บริโภคในตลาดสากล

เมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 หากมองในด้านการตลาดธุรกิจสปาจะมีการแข่งขันกันมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านแรงงาน แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความต้องการของตลาดโลก ประกอบกับประสบการณ์ตรงของบริษัท มองว่าชาวต่างชาติยังชื่นชอบในบุคลากร หรือพนักงานที่เป็นคนไทยมากกว่าแรงงานประเทศอื่นๆ ในส่วนนี้จึงทำให้บริษัท มีแผนขยายการลงทุนเปิดโรงเรียนสอนสปา และ การนวดไทยประมาณเดือนสิงหาคม 2555 นี้เพื่อผลิตบุคลากรให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดโลก

ธุรกิจสปาไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์

แม้ว่า สปาไทย จะเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และอยู่ในระดับผู้นำของโลกด้านธุรกิจ  เนื่องจากสปาไทยมีจุดเด่นในด้านคุณภาพ มาตรฐาน บุคลากรผลิตภัณฑ์ การออกแบบดีไซน์ รวมถึงการบริหารจัดการด้วยเป็นศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ มีความโดดเด่นในความเป็นไทยที่ไม่เหมือนใคร แต่ถึงกระนั้นธุรกิจนี้ ก็ยังต้องพัฒนาในทุกๆด้านให้มีความพร้อมมากขึ้น เพื่อรองรับตลาดที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือAEC ในปี 2558 ที่จะต้องแข่งขันกันภายในตลาดอย่างเสรีเมื่อมีการเปิดAECขึ้นอย่างเป็นทางการ

ธุรกิจสปาไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี โดยเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 5-6% สร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ 15,000-16,000 ล้านบาทต่อปี กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่ใช้บริการเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 80% โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ฮ่องกง อเมริกา พื้นที่ภาคเหนือเช่น เชียงใหม่ เป็นนักท่องเที่ยวชาวสแกนดิเนเวีย ยุโรป ส่วนนักท่องเที่ยวในตลาดอาเซียนทั้ง อินเดีย เกาหลี จีน ปัจจุบันได้ใช้บริการสปาไทยเพิ่มมากขึ้น และส่วนที่เหลือ อีก 20% เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยซึ่งในเวลานี้ทางอุตสาหกรรมสปาได้วางแผนที่จะขยายตลาดคนไทยให้มากขึ้น

โดยปัจจุบันธุรกิจสปาไทยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการช่วยผลักดันให้สปาไทยมีความพร้อมในด้านคุณภาพ มาตรฐานในระดับสากล มีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมกันแข่งขันในรายการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสปา ซึ่งรางวัลดังกล่าวจะเป็นเครื่องช่วยการันตีให้กับธุรกิจสปาไทยได้อย่างชัดเจนอีกทั้งยังเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้บริโภครู้จักสปาไทยได้มากขึ้น โดยเฉพาะในความเชื่อมั่นเรื่องคุณภาพมาตรฐานที่ดีของผลิตภัณฑ์และการให้บริการ การพัฒนาทางด้านธุรกิจสปาไทย เพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 สิ่งสำคัญจะต้องพัฒนา ได้แก่ ด้านการศึกษา โดยเฉพาะภาษาเพื่อใช้ในการสื่อสาร ทั้งภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ การพัฒนาทางด้านความคิดนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสปาไทย การผลิตบุคลากรที่เป็นคนไทยในการให้บริการ ซึ่งตลาดมีความต้องการบุคลากรด้านสปาที่เป็นคนไทยมากกว่าชาติอื่นๆ เพราะตลาดมองว่าจะได้ความรู้สึก และได้รับการบริการที่เป็นสปาไทยอย่างแท้จริง ขณะที่ทางสมาคมธุรกิจสปาเองได้จัดเทรนนิ่ง ฝึกอบรมการให้ความรู้ ทั้งในระดับพนักงานผู้ให้บริการ และในระดับผู้บริหารอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

เวลานี้ธุรกิจสปามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งภายในประเทศไทย และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่เริ่มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น อินโดนีเซีย บรูไน มาเลเซีย เวียดนาม พม่า และลาว ดังนั้นธุรกิจสปาไทยจะต้องใช้กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจทั้งในเชิงรุกและรับที่ควบคู่กัน และเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนดังกล่าวขึ้น คาดว่าจะมีข้อดีในการเอื้อประโยชน์ให้กับประเทศไทยมากการเป็นคู่แข่งขันกันจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล มีการเรียนรู้ ทราบถึงความต้องการของผู้บริโภคในตลาด เป็นช่องทางให้ประเทศไทยสามารถเข้าไปทำตลาดสปาได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นและเป็นการเปิดโอกาสในการลงทุนธุรกิจได้อย่างเสรี